ธรรมะนำทางจิตใจ

November 26, 2020 | By Jeanne Hoffman | Filed in: บทความธรรมะ.

                    วิธีทำให้ชีวิตมีความโชคดี มีลาภ มีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทอง เงินทองไหลมาเทมานั้น กล่าวได้ว่าสิ่งสำคัญมากที่สุดก็คือ เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม เตรียมตัวเองให้มีคุณสมบัติดีพร้อม ที่จะรับโชคลาภเหล่านั้นเสียก่อน เพราะบางครั้งความร่ำรวย ความโชคดี หรือความสุข มันก็ไหลเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเรา แต่เราไม่สามารถจะหยิบมาสู่ตัวเราเองได้ ที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะเราไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอ 

ดังนั้นการที่เราจะมีความโชคดี หรือโชคลาภ มีความเจริญรุ่งเรืองได้นั้น เราเองต้องหมั่นสร้างบุญธรรมะนำทางจิตใจให้เพียงพอ ซึ่งเราทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “คนนั้นมีบุญน้อย คนนี้ไม่มีบุญเลย จึงทำให้ชีวิตไม่มีโชคลาภ หรือมีความเจริญรุ่งเรืองเหมือนกับคนอื่นเขา” เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงตามกฎแห่งกรรม

ต้นกำเนิดของความสุข คือบุญเท่านั้นที่เป็นต้นและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งคนที่เคยทำบุญมามาก ก็จะมีกระแสบุญที่ทำอยู่ หมุนเวียนอยู่รอบตัวเพื่อรอส่งผลแก่ผู้ที่กระทำความดีนั้น และอานิสงส์บุญก็จะไม่หายไปไหนคนที่โชคดีมีลาภ มีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยได้นั้น จะต้องมีทั้งบุญเก่า และบุญใหม่มารวมกัน เหมือนคนที่เกิดมายากจนในตอนต้น แต่ไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า ไม่ยอมงอมืองอเท้า ไม่ยอมแพ้ต่อความยากไร้ หมั่นทำแต่ความดี หมั่นสร้างบุญอย่างต่อเนื่อง บุญกุศลที่ทำไปนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน บุญจะรอส่งผลอยู่ตลอดเวลา และเมื่อกรรมเก่าคลายลง บุญที่ทำมาก็จะออกดอกออกผล ชีวิตในบั้นปลายก็จะได้พบเจอแต่สิ่งที่ดี มีความโชคดี มีโชคลาภ จะทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตอย่างแน่นอน

หมั่นเร่งทำบุญของตัวเองให้มากด้วยการถือศีล ให้ทานแก่ผู้อื่นที่ขัดสน การสร้างบุญที่ถูกวิธีนั้น มีอยู่ด้วยกัน 10 ประการ หรือที่เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ 10 ซึ่งการทำบุญทั้ง 10 ช่องทางนี้ก็เป็นช่องทางแห่งบุญทั้งสิ้น และเราสามารถทำได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากจะโชคดีมีโชคมีลาภต้องหมั่นทำตัวเองให้มีบุญเสียก่อน เหมือนกับเปิดประตูชีวิตให้กว้างขึ้น เพื่อรอรับความโชคดี รับเงิน รับทอง และความสุขในชีวิต

“คนที่รู้จักการให้จะยิ่งได้รับผลตอบแทน และเคล็ดลับในการให้นั้นก็มีอยู่ด้วยกันสามประการ นั่นก็คือ”

หนึ่ง วัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์ หมายถึง สิ่งของหรือเงินที่ซื้อสิ่งของนั้นต้องมาจากการทำงานที่สุจริต ไม่ใช่เงินที่ไปเบียดเบียนผู้อื่น เช่นเงินที่ได้มาจากการขโมย หรือการไปคดโกงใครมา เป็นต้น ถ้าเป็นเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจากความยากลำบากของตัวเอง ก็จะยิ่งได้บุญมาก  เพราะมีเจตนาสูง และวัตถุทานเหล่านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินมาก แค่ทำด้วยจิตใจที่ศรัทธา จิตใจที่บริสุทธิ์ แม้เพียงมีเงินแค่บาทเดี๋ยวก็ได้ผลบุญมากแล้ว

สอง ผู้ให้ต้องบริสุทธิ์ หมายถึง คนที่ให้ต้องมีเจตนาที่บริสุทธิ์ทั้ง ก่อนให้ ขณะให้ และหลังจากการที่ให้ไปแล้ว โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งการที่ให้ไปแล้วหวังผลตอบแทน กิเลสจะลดผลส่วนบุญลงไป เวลาที่เราทำบุญไปแล้วก็จงทำจิตใจให้สบาย ก่อนให้เราจะต้องมีใจที่จะทำบุญ รู้จักเผื่อแผ่ผู้อื่นให้มีความสุข ตอนที่เรากำลังให้ทานใจของเราก็ต้องไม่คิดอะไรวุ่นวาย ไม่ต้องคิดว่าเขาจะเอาไปทำอะไร และหลังจากการให้ทานไปแล้วเราก็อย่าไปนึกเสียดาย เมื่อเราตั้งใจที่จะให้ไปแล้ว ก็ให้ขาดไปเลย หลังจากที่เราทำทานไปแล้ว ก็จงอธิษฐานให้ไปในทางที่ดี เพื่อให้ชีวิตเรามีแต่ความสุข

สาม ผู้รับจะต้องบริสุทธิ์ หมายถึง ผู้รับนั้นมีศีล เป็นคนดี มีความชอบธรรมมากเท่าใด บุญที่เราได้กระทำไปนั้นก็จะเกิดผลมากขึ้น 

ผู้รับจะต้องบริสุทธิ์ หมายถึง ผู้รับนั้นมีศีล เป็นคนดี มีความชอบธรรมมากเท่าใด บุญที่เราได้กระทำไปนั้นก็จะเกิดผลมากขึ้น


Comments are closed here.