รวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทย เอาไว้ภายในที่เดียว!

December 2, 2020 | By Jeanne Hoffman | Filed in: ความรู้.

E-Commerce Landscape 2017 : รวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทย เอาไว้ภายในที่เดียว! (อัพเดทภาพปี 2018)

เมืองไทยมีอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจบน E-Commerce สูงมากขึ้นทุกปี โดยข้อมูลที่ได้มาจาก Statista กล่าวว่า ในปี 2017 ตลาด E-Commerce ไทย ทำเงินกว่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ แล้วก็เดาว่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 14.5% ซึ่งจะนำมาซึ่งการทำให้ตลาดมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 5.8 พันล้านเหรียญในปี 2022 รวมทั้งแตะต้อง 11.1 พันล้านเหรียญในปี 2025 ได้ โดยกรุ๊ปธุรกิจ E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดช่วงนี้หมายถึงกรุ๊ปอิเลคทรอนิคส์รวมทั้งสื่อ ที่มีมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านเหรียญ

Techsauce ได้เก็บธุรกิจ E-Commerce ของเมืองไทยทั้งสิ้นมาให้เห็นภาพกันว่าในขณะนี้มีคนใดกันกันบ้าง รวมทั้งมีผู้เล่นไหนที่มาใหม่ มาแรง แล้วก็เป็นที่เอ๋ยถึงในปีให้หลัง

ถึงแม้ที่จริงแล้วเดี๋ยวนี้เส้นแบ่งระหว่างธุรกิจแบบ B2B หรือ B2C หรือ C2C มันจะมิได้ชัดแจ้งมากมาย เนื่องมาจากหลายธุรกิจก็ผันตนเองเป็นแบบ B2B2C หรือ B2A (Business to All) กันบ้างแล้ว แต่ว่าพวกเราได้มานะจัดวางให้เห็นภาพกันชัดๆรวมทั้งแยกตามหมวดว่าช่วงนี้มีใครกันแน่กำลังทำอะไรกันอยู่บ้าง

C2C

 

 

เริ่มจากกรุ๊ป C2C กันก่อน มีผู้เล่นใหม่น่าสังเกตในกรุ๊ปของ Marketplace ที่บุกตลาดไทยมาเมื่อท้ายปี 2015 อย่าง Zilingo ที่เจาะกรุ๊ป SME โดยจุดโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นโดยยิ่งไปกว่านั้น / Shopee แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เปิดตัวไปเมื่อขณะเดียวกัน โดยในปี 2016 Shopee เปิดเผยถึงยอดการโหลดแอปพลิเคชันเป็นปริมาณกว่า 5 ล้านครั้ง และก็มีคำบัญชาซื้อกว่า 1 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งจำนวนได้สะท้อนเทรนด์การซื้อของบนโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยที่เติบโตมากยิ่งกว่าเดิม

สองสามปีที่ล่วงเลยไป เป็นปีที่ผู้เล่นต่างประเทศเข้ามามีหน้าที่และก็ครอบครองตลาด E-Commerce เอาไว้ได้ โดยยิ่งไปกว่านั้น Lazada ที่เติบโตจนถึงสะดุดตายักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ของ แจ๊ค หม่า เข้าอย่างจัง ทำให้มีการเกิดการซื้อธุรกิจและก็เพิ่มราคาบริษัทขึ้นไปอยู่ที่ 1,500 ล้านเหรียญ / นอกเหนือจากนี้ ยังมีผู้เล่นประเทศเกาหลีใต้ 11 Street ที่ทุ่มงบประมาณมากมายเปิดตัวไปเมื่อท้ายปีที่แล้ว ที่เปิดเผยว่ากรุ๊ปผลิตภัณฑ์ที่คนประเทศไทยนิยมซื้อสูงที่สุดเป็น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามมาด้วย Kid & Baby และก็ Beauty & Health

กรุ๊ปเว็บประกาศซื้อ-ขาย ก็ยังเต็มไปด้วยผู้เล่นที่พวกเราชินหูกันดี อย่าง Kaidee / Pantip Market รวมทั้งเว็บไซต์ประกาศขายบ้าน รวมทั้ง คอนโด อย่าง DDProperty ที่หันมาเปิดแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ / Hipflat / Prakard.com / Think of Living / ZmyHome แล้วก็เว็บจำหน่ายรถยนต์มือสองหลายราย

กรุ๊ปที่น่าดึงดูดของ C2C เป็นกรุ๊ป Travel ที่มีผู้เล่นอย่าง Airbnb แพลตฟอร์มให้เช่าบ้านพัก โดยไม่ว่าใครก็ตามที่มีห้องว่างสามารถเอามาปลดปล่อยให้เช่าได้ ซึ่ง Airbnb เปิดเผยว่ามีนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการกว่า 774,000 คนภายในการจองที่พักในประเทศไทย รวมทั้งมีชาวไทยใช้บริการ Airbnb เมื่อไปพักในเมืองนอกกว่า 3 แสนคน / นอกเหนือจากนั้นยังมีอีกหนึ่ง Startup คนประเทศไทยอย่าง Favstay ที่ย้ำการจองที่ตากอากาศ โดยได้รับการลงทุนจากเครืออพาร์เม้นท์ Dusit International ไปเมื่อกลางปีนี้

B2C

 


ในปี 2017 ผู้เล่นใหญ่ในกรุ๊ป Fashion อย่าง Zalora ถูกเซ็นทรัลกลุ่มซื้อกิจการค้ารวมทั้งแปลงชื่อเป็น LOOKSI หวังสะท้อนภาพลักษณ์ให้มีความเป็นเอกราชยและก็ให้จำง่ายดายมากยิ่งขึ้น / ผู้เล่นใหม่ไฟแรง Pomelo เปิดตัวไปเมื่อปี 2014 และก็พึ่งจะได้รับเงินระดมทุนรอบใหม่จากเซ็นทรัล รวมทั้ง JD.com ไปหมาดๆซึ่งทำให้ Pomelo แปลงเป็นผู้เล่นที่น่าสังเกตมากมายๆในปีนี้

ในกรุ๊ป Beauty ก็มีหัวหน้าด้านความสวยสดงดงามอย่าง Sephora ที่เปิดตัวเว็บไซต์ออนไลน์ไปเมื่อกลางปี 2016 โดยเป็นการรวมธุรกิจกับ Luxola เว็บจัดจำหน่ายเครื่องแต่งตัวลำดับที่หนึ่งของภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ / ช่วงเวลาเดียวกัน Orami สตาร์ทอัพจากอินโดนีเซีย ที่เกิดขึ้นมาจากการรวมกิจการค้าระหว่างสองเจ้าใหญ่ Moxy กับ Bilna ก็บุกตลาดออนไลน์ด้วยเหมือนกัน โดยปัจจุบัน Orami ได้รับเงินทุนจาก Eduardo Saverin ผู้ร่วมจัดตั้งขึ้น Facebook ในรอบการระดมทุนถึง 535 ล้านบาทไปเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย

ตลาดที่กำลังมีชีวิตชีวาในตอน 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นตลาด Food Delivery ซึ่งเต็มไปด้วยคู่ปรปักษ์รายใหญ่ เริ่มด้วย Food Panda ที่เมื่อท้ายปี 2016 ได้ประกาศร่วมมือกับ Grab เพื่อเพิ่มกำลังการจัดส่งของกิน ลดเวลาการจัดส่งให้เร็วเพิ่มขึ้น / LINE MAN ที่ร่วมมือกับ Lalamove และก็ Wongnai ยกความสะดุดตาจากการร่วมแรงกันของ 3 กรุ๊ปธุรกิจ โดยย้ำเจาะกรุ๊ปห้องอาหารทั่วๆไปที่มีชื่อเสียงและก็เป็นที่นิยมอีกทั้งในกรุงเทวดาและก็ชนบท/ ต้นปี 2017 ก็มีผู้เล่นใหม่อย่าง UberEATS ที่แตกไลน์แยกออกมาจากแอปพลิเคชันบริการรถร่วมบริการเดินทาง ยกข้อดีด้วยการคัดสรรผู้สนับสนุนห้องอาหารในเกรดพรีเมี่ยมอีกทั้งไทยรวมทั้งนานาประเทศ นอกเหนือจากนี้ ก็มีผู้เล่นอื่นๆอีกอย่าง Zab Delivery / honestbee และก็ Happy Fresh

มามองดูในกรุ๊ป Travel นอกจากผู้เล่นใหญ่ๆอย่าง Agoda/ Booking.com/ Expedia แล้วก็ Tripadvisor ที่ชินหูกันดีอยู่แล้ว ก็มีสตาร์ทอัพเกิดมากมาย ตั้งแต่ Traveloka สตาร์ทอัพจากอินโดนีเซีย ที่เน้นย้ำทำตลาดในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ในไทย โดยได้รับเงินทุนมาเพิ่ม 350 ล้านดอลลาร์จาก Expedia ทำให้ค่าธุรกิจมากขึ้นสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เปลี่ยนเป็นสตาร์ทอัพม้ามีเขารายปัจจุบันในภูมิภาค / นอกจากนั้นยังมี Trivago บริการค้นหาโฮเต็ลบ้านพักแบบเปรียบราคา ที่มี Expedia เป็นผู้ถือรายใหญ่อยู่เหมือนกัน

มีสตาร์ทอัพหลายรายที่มองเห็นหนทางบุกตลาด Ticket ในประเทศไทย เริ่มด้วย Event Pop ที่พึ่งจะได้รับการลงทุนรอบใหม่จากสอง CVC เจ้าใหญ่อย่าง Invent แล้วก็ Beacon VC เพื่อปรับปรุงแพลตฟอร์มจัดแจงงานอีเว้นท์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการจัดการที่ครบวงจรตั้งแต่วิธีขายบัตรออนไลน์ การดูแลบริหารการตลาด การสมัครสมาชิกเข้างาน รวมทั้งระบบการจัดการลูกค้าสมาคม / สตาร์ทอัพอีกรายที่น่าจับตาดูเป็น ZipEvent ที่ตั้งแม้กระนั้นปี 2016 ได้ขยายจุดโฟกัสวิธีการทำธุรกิจในแบบอย่าง B2B เพิ่มอีก โดยขยายบริการเป็นอีเว้นท์แพลตฟอร์มที่ครบวงจรตั้งแต่การโปรโมต สมัครสมาชิก In-event engagement รวมทั้งสร้าง Registration Kiosk ในการสมัครสมาชิกด้วย / Ticketmelon นับว่าเป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพมาแรงสำหรับปีนี้ มีคุณลักษณะเด่นที่นำเทคโนโลยีมาส่งเสริมการปฎิบัติการให้แก่ผู้จัดงานอีเว้นท์ด้วยเทคโนโลยี RFID บัตรประเภทหนึ่งที่มีคลื่นวิทยุส่วนตัว สามารถเอาไปใช้ชำระเงินในลักษณะของ wristband ที่เพิ่มรายได้ ซึ่งทำให้ร่วมกิจกรรมในงานง่ายดายมากยิ่งกว่าเดิม

สตาร์ทอัพรายอื่นที่ไม่เข้ากลุ่ม แต่ว่ามีความเด่นน่าจับตา เช่น Freshket ตลาดสดออนไลน์สำหรับห้องอาหาร / BUILK.com ธุรกิจด้านซอฟท์แวร์บริการธุรกิจก่อสร้างรวมทั้งจัดจำหน่ายวัสดุที่ใช้สำหรับก่อสร้างออนไลน์ / OneStockHome ขายวัตถุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการก่อสร้างออนไลน์ รวมทั้ง Wazzadu.com แพลตฟอร์มศูนย์รวมผู้ประกอบกิจการด้านอุปกรณ์และก็ตกแต่งบ้านทุกร้านค้าทั้งประเทศมารวมอยู่ที่เดียวกัน

กรุ๊ปบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ไม่ปลดปล่อยให้ตลาด E-Commerce หลุดมือ Central Group ได้เปิดเว็บออนไลน์ของตนเองด้วยด้วยเหมือนกัน Central.co.th / Tops รวมทั้ง Robinson ในขณะที่ CP Group เปิดเว็บไซต์ออนไลน์ของ Tesco Lotus / 7-11/ 24Catalog และก็ ThaiBev ซื้อ BigC กับ Cmart ไป

Payment & E-Wallet
มาถึงกรุ๊ปที่แข่งกันดุเดือดเลือดพล่านที่สุดเลยก็ว่าได้ กับกรุ๊ปของ Fintech ด้าน Payment และก็ E-Wallet ที่มีผู้เล่นจากทั้งยังแบงค์แล้วก็บริษัทเอกชนมากมายก่ายกองเดินหน้าออกแอปพลิเคชันให้บริการทางด้านการเงินกันอย่างเนืองแน่น เล่าอย่างไรก็คงไม่หมดครบสมบูรณ์ ขอเอ๋ยถึงในส่วนของสตาร์ทอัพเด่นๆอย่าง Omise ที่บรรลุผลสำเร็จสำหรับในการระดมทุนผ่าน ICO โดยเหรียญที่พวกเขาสร้างออกมานั้นมีชื่อว่า OmiseGO (OMG) ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในเหรียญดิจิทัลที่มีความนิยมชมชอบมากมายและก็จัดอยู่ในชั้นที่ 12 ของโลกตอนนี้ ทั้งเมื่อกลางปีก่อนหน้านี้ก็ได้เข้าซื้อธุรกิจของ Paysbuy ไป / 2C2P ปัจจุบันได้เปิดตัว Social Commerce ในชื่อ Qwik ที่ให้บริการจ่ายเงินผ่าน Facebook โดยร้านรวงออนไลน์ที่มีหน้า Facebook Page สามารถให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านทาง Facebook Messenger ได้ / เว้นเสียแต่ผู้เล่นไทยแล้ว ก็ยังมี Alipay ของจีนที่ร่วมกับ True money บุกตลาดไทยด้วยการรับการจ่ายเงินใน 7-11 และก็กำหนดเป้าหมายให้ไปถึง 1 แสนจุดรับจ่ายด้านในปลายปีนี้

มีธุรกิจรองรับการช้อป ก็จะต้องมีธุรกิจคืนเงินให้นักช้อป โดยสตาร์ทอัพที่พึ่งเปิดให้บริการในไทยเมื่อกลางปีก่อนหน้าที่ผ่านมาและก็เพิ่งจะได้รับเงินทุนจาก Invent ไปหมาดๆก็คือ Shopback บริการ Cashback ให้กับลูกค้า โดยเมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Shopback ก็จะได้รับเงินคืนอัตโนมัติไปสู่ E-Wallet แล้วก็สะสมยอดไว้จวบจนกระทั่งใกล้จะถึงยอดซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนคืนเป็นเงินสดได้

Logistics
อีกกรุ๊ปธุรกิจที่ดุเด็ดเผ็ดมันไม่แพ้กันเป็น กรุ๊ป Logistics ที่ Techsauce เคยทำเปรียบข้อมูลให้บริการเอาไว้ ทั้งยังในกรุ๊ป 3PL อย่าง ไปรษณีย์ไทย / Kerry Express/ Ninja Van / Nim express และก็กรุ๊ป On-demand ที่เน้นย้ำให้แมสเซนพบร์ส่งของภายในช่วงระยะเวลา 1 ชั่วโมง อย่าง Alpha/ Grab/ Line Man/ Lalamove / SCG Express / Send it / Skootar / Deliveree นอกเหนือจากสองกรุ๊ปข้างต้น ยังมีแพลตฟอร์มที่เก็บข้อมูลการขนส่ง และก็เป็นตัวกึ่งกลางระหว่างผู้ประกอบธุรกิจแล้วก็ลูกค้า อย่าง Giztix / Shippop / Smartship แล้วก็ SME Shipping

Social Commerce
Social Commerce ในประเทศไทยถูกขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มโซเชียลสำคัญๆอย่าง Facebook / Instagram / Line รวมทั้ง Twitter โดยมีร้านขายของออนไลน์ล้นหลามที่อาศัยเปิดหน้าร้านค้าบนแพลตฟอร์มพวกนี้ ด้วยการโพสต์รูปภาพแล้วก็เนื้อหาผลิตภัณฑ์ พร้อมให้สั่งผ่าน inbox ซึ่งเมืองไทยนับว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Social Commerce ที่กว่า 50% ของลูกค้าที่จ่ายตลาดออนไลน์ต่างซื้อผ่าน social networks

E-commerce Enabler
เว้นเสียแต่กรุ๊ปที่แบ่งไปข้างต้นทั้งผองแล้ว จำเป็นกับผู้เล่นที่ให้บริการโซลูชันด้าน Digital Infrastructure แก่ธุรกิจ E-Commerce อีกทั้งด้าน marketing แพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมใช้ อย่าง Efratructure / ReadyPlanet รวมทั้ง Ascend บริษัทลูกของ True Corporation / นอกนั้นก็ยังมี aCommerce ผู้ให้บริการแบบครบวงจรแก่ธุรกิจ E-commerce แบบ End-to-End โดยใช้โมเดล B2A (Business-2-All) รวมทั้งพึ่งได้รับเงินระดมทุนรอบปัจจุบัน นำโดยเอ็มเมอรัล มีเดีย ไปกว่า 2.14 พันล้านบาท

หวังว่าคนอ่านจะได้แลเห็นภาพรวมของตลาด E-Commerce ของเมืองไทยที่กำลังเติบโตและก็เปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเราไปแล้วอีกทั้งในขณะนี้แล้วก็อนาคต มั่นใจว่าจะมีผู้เล่นคนใหม่ รวมทั้งสตาร์ทอัพมากขึ้นอีกมากมายในปีถัดไป และก็ปีๆไป

 

 


Comments are closed here.